โครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลของประเทศไทย: การปฏิรูปกฎหมายการประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว และขอบเขตของใบอนุญาตที่มีอยู่เดิม

บทความฉบับภาษาอังกฤษ (English version) อ่านได้ที่: https://fosrlaw.com/2026/thailand-fba-reform-telecom-data-center-approvals/

มาตรการยกเว้นการประกอบธุรกิจของคนต่างด้าวที่ประเทศไทยเพิ่งประกาศใช้ กับการทบทวนการพัฒนาศูนย์ข้อมูล (data center) เป็นประเด็นทางกฎหมายที่แตกต่างกัน มาตรการยกเว้นดังกล่าวช่วยลดความยุ่งยากในการเข้าสู่ธุรกิจบางประเภทที่กำหนดไว้ ในขณะที่การทบทวนเรื่องศูนย์ข้อมูลเกี่ยวข้องกับเงื่อนไขที่โครงการทางกายภาพควรได้รับการพัฒนาและดำเนินการ

เมื่อพิจารณาทั้งสองเรื่องประกอบกัน มิได้หมายความว่านโยบายของภาครัฐขัดแย้งกันเสมอไป แต่กลับสะท้อนให้เห็นความแตกต่างที่มีความสำคัญต่อนักลงทุน กล่าวคือ การได้รับอนุญาตให้ประกอบธุรกิจ ไม่ได้หมายความว่าจะได้รับอนุญาตให้พัฒนาและดำเนินการโครงการหรือสิ่งปลูกสร้างใดสิ่งปลูกสร้างหนึ่งโดยเฉพาะ

สำหรับบริษัทที่ดำเนินธุรกิจอยู่แล้ว ประเด็นสำคัญจึงมิใช่เพียงคำถามว่าประเทศไทยกำลังผ่อนคลายหรือเข้มงวดกฎระเบียบมากขึ้นเท่านั้น แต่อยู่ที่ว่าสถานะทางกฎหมายส่วนใดของบริษัทเปลี่ยนแปลงไป และการอนุญาตหรือภาระหน้าที่ใดยังคงมีผลบังคับใช้อยู่

การยกเว้นผูกพันกับลักษณะการประกอบกิจการ ไม่ใช่ตัวบริษัท

กฎกระทรวงกำหนดธุรกิจบริการที่ไม่ต้องขออนุญาตในการประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว (ฉบับที่ 5) พ.ศ. 2569 ที่เพิ่งประกาศใช้ กำหนดให้กิจการโทรคมนาคมที่ดำเนินการภายใต้ใบอนุญาตประกอบกิจการโทรคมนาคมแบบที่หนึ่ง ซึ่งผู้ประกอบกิจการไม่มีโครงข่ายโทรคมนาคมเป็นของตนเอง ได้รับยกเว้นจากข้อกำหนดในการขออนุญาตตามพระราชบัญญัติการประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว ทั้งนี้ กฎกระทรวงดังกล่าวไม้ได้ครอบคลุมทุกธุรกิจของบริษัททั้งบริษัทเพียงเพราะบริษัทถือใบอนุญาตประกอบกิจการโทรคมนาคมแบบที่หนึ่ง  โดยกรมประชาสัมพันธ์ได้เผยแพร่สรุปธุรกิจที่ได้รับยกเว้นตามกฎกระทรวงดังกล่าว

ความแตกต่างดังกล่าวเป็นไปตามโครงสร้างของพระราชบัญญัติการประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว พ.ศ. 2542 มาตรา 8 กำหนดหลักเกณฑ์การประกอบธุรกิจตามบัญชีท้ายพระราชบัญญัติโดยคนต่างด้าว ประเด็นที่ต้องพิจารณาจึงได้แก่ลักษณะกิจกรรมที่ประกอบอยู่จริง มิใช่เพียงคำอธิบายวัตถุประสงค์หลักของบริษัท บริษัทที่ประกอบกิจกรรมหลายประเภทต้องพิจารณาฐานทางกฎหมายของกิจกรรมที่ถูกจำกัดแต่ละประเภทแยกจากกัน พระราชบัญญัติการประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว

ผู้ประกอบกิจการโทรคมนาคมอาจให้บริการอื่นเพิ่มเติมด้วย เช่น การจำหน่ายอุปกรณ์ การบำรุงรักษา หรือการบูรณาการระบบ ซึ่งกิจกรรมเหล่านี้ต้องได้รับการจัดประเภทแยกต่างหาก โดยพิจารณาข้อยกเว้น เกณฑ์ และมาตรการยกเว้นที่เกี่ยวข้องเป็นกรณีไป การที่กิจกรรมใดมีบทบาทเสริมในเชิงพาณิชย์ หรือถูกรวมไว้ในสัญญาฉบับเดียวกันกับลูกค้า ไม่ได้หมายความว่ากิจกรรมนั้นจะได้รับการยกเว้นตามมาตรการยกเว้นสำหรับกิจการโทรคมนาคมโดยอัตโนมัติ

ผลกระทบดังกล่าวมีความสำคัญอย่างยิ่งในกรณีการเข้าซื้อกิจการ นักลงทุนต่างชาติที่พิจารณาการเข้าซื้อกิจการซึ่งจะซื้อหุ้นจากผู้ถือหุ้นไทยทำให้บริษัทมีสถานะเป็น “คนต่างด้าว” ตามพระราชบัญญัติการประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว ควรตรวจสอบสัญญาที่บริษัทมีอยู่จริงและกิจกรรมที่ก่อให้เกิดรายได้ ก่อนที่จะสรุปว่ามาตรการยกเว้นดังกล่าวเปิดทางให้ดำเนินธุรกิจทั้งหมดภายใต้การถือครองของคนต่างด้าวได้ นอกจากนี้ หากธุรกรรมดังกล่าวมีผลเปลี่ยนแปลงอำนาจควบคุมของผู้ประกอบกิจการโทรคมนาคมด้วย อาจมีหน้าที่ต้องแจ้งหรือปฏิบัติตามหลักเกณฑ์ด้านการแข่งขันทางการค้าภายใต้กรอบของ กสทช. แยกต่างหาก ซึ่งเป็นประเด็นที่ได้กล่าวถึงในบทวิเคราะห์ของ FOSR เรื่อง การควบรวมกิจการและภาระหน้าที่ตามกฎระเบียบตลาดโทรคมนาคม

การขอใบอนุญาตประกอบกิจการโทรคมนาคมยังคงเป็นอีกประเด็นหนึ่งที่แยกต่างหาก

มาตรา 7 แห่งพระราชบัญญัติการประกอบกิจการโทรคมนาคม พ.ศ. 2544 กำหนดกรอบการขอใบอนุญาตประกอบกิจการโทรคมนาคม ใบอนุญาตแบบที่หนึ่งใช้สำหรับผู้ประกอบกิจการที่ไม่มีโครงข่ายโทรคมนาคมเป็นของตนเอง และมีลักษณะกิจการที่เหมาะสมกับการให้บริการโดยเสรี มาตรการยกเว้นตามกฎหมายการประกอบธุรกิจของคนต่างด้าวมิได้แก้ไขกรอบการอนุญาตดังกล่าว หรือขยายขอบเขตบริการที่ได้รับอนุญาตภายใต้ใบอนุญาตที่มีอยู่เดิมแต่อย่างใด พระราชบัญญัติการประกอบกิจการโทรคมนาคม มาตรา 7

บทความภาพรวมของ FOSR เรื่อง พระราชบัญญัติการประกอบกิจการโทรคมนาคมของประเทศไทย ได้อธิบายกรอบประเภทใบอนุญาตไว้อย่างละเอียดยิ่งขึ้น ทั้งนี้ พระราชบัญญัติการประกอบกิจการโทรคมนาคมเองไม่ได้กำหนดข้อจำกัดด้านสัดส่วนผู้การถือหุ้นต่างชาติของคนต่างด้าวสำหรับผู้ประกอบกิจการที่ถือผู้รับใบอนุญาตประกอบกิจการโทรคมนาคมแบบที่หนึ่ง แต่ในทางกลับกัน มาตรา 8 กำหนดให้ผู้ถือขอรับใบอนุญาตประกอบกิจการโทรคมนาคมแบบที่สองและแบบที่สามต้องมีผู้ถือหุ้นไทยเกินกึ่งหนึ่งไม่เป็น “คนต่างด้าว” ตามพระราชบัญญัติการประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว และให้อำนาจ กสทช. กำหนดหลักเกณฑ์เกี่ยวกับการครอบงำกิจการโดยคนต่างด้าว ข้อจำกัดดังกล่าวกำหนดเหล่านี้มีผลใช้บังคับควบคู่กันไปกับมาตรการยกเว้นตามกฎหมายการประกอบธุรกิจของคนต่างด้าวที่กล่าวถึงข้างต้น และไม่ได้รับผลกระทบจากมาตรการยกเว้นดังกล่าว
แต่อย่างใด

สำหรับโครงการโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัล คำศัพท์ที่ใช้ในเชิงพาณิชย์อาจทำให้การแบ่งแยกหน้าที่ที่อยู่ภายใต้การกำกับดูแลไม่ชัดเจน เจ้าของสถานที่ให้บริการ ผู้ให้บริการโคโลเคชัน ผู้ให้บริการโทรคมนาคมแบบขายต่อ และผู้ให้บริการคลาวด์หรือบริการประมวลผล อาจร่วมอยู่ในโครงการเดียวกันโดยไม่ได้ประกอบกิจกรรมเดียวกันแต่อย่างใด แต่ละบทบาทจึงต้องได้รับการพิจารณาแยกจากกันตามบทนิยาม ขอบเขตใบอนุญาต และรูปแบบการดำเนินงานที่เกี่ยวข้อง

ข้อความข้างต้นมิได้มีเจตนาชี้นำให้กำหนดประเภทใบอนุญาตที่ชัดเจนจากคำอธิบายลักษณะธุรกิจอย่างสั้น ๆ แต่เป็นเหตุผลที่ควรพิจารณารูปแบบทางเทคนิคและสัญญาให้รอบด้านก่อนที่จะอ้างอิงมาตรการยกเว้นใด ๆ

บทวิเคราะห์ก่อนหน้านี้ของ FOSR เรื่อง การปฏิรูปกฎหมายการประกอบธุรกิจของคนต่างด้าวและโครงสร้างพื้นฐานโทรคมนาคมได้กล่าวถึงความแตกต่างระหว่างการอนุญาตประกอบธุรกิจของคนต่างด้าวโดยทั่วไป กับกฎระเบียบเฉพาะรายสาขาธุรกิจ สำหรับผู้ประกอบกิจการที่ดำเนินธุรกิจอยู่แล้ว ความแตกต่างดังกล่าวในปัจจุบันมีผลในเชิงธุรกรรมด้วย กล่าวคือ การยกเลิกข้อกำหนดด้านการขออนุญาตประการหนึ่ง มิได้เป็นเครื่องยืนยันว่าใบอนุญาตอื่นที่เหลืออยู่ครอบคลุมกิจกรรมทั้งหมดที่บริษัทประสงค์จะดำเนินการ

ใบอนุญาตประกอบธุรกิจของคนต่างด้าวที่มีอยู่เดิมต้องได้รับการทบทวนขอบเขต

บริษัทควรตรวจสอบใบอนุญาตประกอบธุรกิจของคนต่างด้าวที่มีอยู่เดิม เทียบกับกิจกรรมที่ใบอนุญาตดังกล่าวอนุญาตไว้จริง ประเด็นสำคัญคือใบอนุญาตดังกล่าวครอบคลุมเฉพาะบริการโทรคมนาคมที่ได้รับการยกเว้นเท่านั้น หรือยังรองรับกิจกรรมอื่นที่ยังคงถูกจำกัดอยู่ด้วย

สำหรับบริษัทที่ใบอนุญาตประกอบธุรกิจของคนต่างด้าวเกี่ยวข้องกับบริการที่ได้รับการยกเว้นเท่านั้น เหตุผลสำคัญที่เคยต้องขอรับใบอนุญาตดังกล่าวได้เปลี่ยนแปลงไปแล้ว อย่างไรก็ดี บริษัทควรสอบถามยืนยันแนวทางปฏิบัติด้านธุรการเกี่ยวกับใบอนุญาตที่มีอยู่เดิมกับกรมพัฒนาธุรกิจการค้า ไม่ว่าจะเป็นการแจ้ง การแก้ไข หรือการคืนใบอนุญาต บริษัทไม่ควรถือว่ามาตรการยกเว้นดังกล่าวเป็นคำสั่งให้คืนใบอนุญาตโดยมิได้ตรวจสอบขั้นตอนดังกล่าวก่อน

ในกรณีที่ใบอนุญาตประกอบธุรกิจของคนต่างด้าวครอบคลุมบริการที่ถูกจำกัดอยู่ด้วย การคืนใบอนุญาตทั้งฉบับอาจกระทบต่ออำนาจที่ธุรกิจยังคงต้องใช้อยู่ บริษัทควรพิจารณาคงใบอนุญาตที่เกี่ยวข้องไว้ โดยอาจแก้ไขใบอนุญาตตามความเหมาะสมหากสามารถกระทำได้ ก่อนที่จะคืนใบอนุญาตดังกล่าว

ความแตกต่างสำคัญอยู่ที่การยกเลิกข้อกำหนดที่ซ้ำซ้อน กับการสละสิทธิ์ในใบอนุญาตที่บริษัทยังคงจำเป็นต้องใช้ แนวทางที่ถูกต้องขึ้นอยู่กับถ้อยคำในใบอนุญาตและลักษณะการดำเนินงานของบริษัท มิใช่เพียงข้อเท็จจริงที่บริษัทถือใบอนุญาตแบบที่หนึ่งเท่านั้น

การส่งเสริมการลงทุนจาก BOI และหนังสือรับรองการประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว ต้องพิจารณาแยกต่างหากจากกัน

หนังสือรับรองการประกอบธุรกิจของคนต่างด้าวที่เชื่อมโยงกับการส่งเสริมการลงทุนของคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (BOI) ออกโดยกรมพัฒนาธุรกิจการค้าตามมาตรา 12 แห่งพระราชบัญญัติการประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว โดยเป็นคนละฉบับกับบัตรส่งเสริมการลงทุนของ BOI และคนละฉบับกับใบอนุญาตประกอบธุรกิจของคนต่างด้าวที่ได้รับผ่านกระบวนการขออนุญาตตามปกติ มาตรา 12 เชื่อมโยงช่องทางการขอหนังสือรับรองดังกล่าวเข้ากับธุรกิจที่ได้รับการส่งเสริมซึ่งอยู่ในบัญชีสองหรือบัญชีสามท้ายพระราชบัญญัติ พระราชบัญญัติการประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว มาตรา 12

ในกรณีที่กิจกรรมที่เกี่ยวข้องไม่ถูกจำกัดอีกต่อไป การอ้างอิงมาตรา 12 สำหรับกิจกรรมดังกล่าวก็ไม่มีความจำเป็นอีกต่อไปเพียงเพื่อขจัดข้อจำกัดตามกฎหมายการประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว ทั้งนี้ ข้อสรุปดังกล่าวมิได้เป็นการชี้ขาดแนวทางปฏิบัติด้านธุรการเกี่ยวกับหนังสือรับรองที่มีอยู่เดิม หรือสถานะของกิจกรรมอื่นที่หนังสือรับรองดังกล่าวครอบคลุมอยู่แต่อย่างใด

การยกเลิกข้อจำกัดดังกล่าวยังมิได้ทำให้โครงการที่ได้รับการส่งเสริมสิ้นสุดลง หรือทำให้บริษัทหลุดพ้นจากเงื่อนไขของ BOI แต่อย่างใด เนื่องจากการส่งเสริมการลงทุนเกี่ยวข้องกับสิทธิและหน้าที่อีกชุดหนึ่งที่แยกต่างหาก มาตรา 54 แห่งพระราชบัญญัติส่งเสริมการลงทุนให้อำนาจ BOI เพิกถอนสิทธิประโยชน์ในกรณีที่ไม่ปฏิบัติตามเงื่อนไขที่กำหนดไว้ พระราชบัญญัติส่งเสริมการลงทุน

ดังนั้น บริษัทที่พิจารณาว่าจะคงไว้หรือยกเลิกสถานะการได้รับการส่งเสริมการลงทุน จึงต้องประเมินสิทธิประโยชน์ที่ได้รับจริง ไม่ว่าจะเป็นสิทธิประโยชน์ทางภาษี เครื่องจักร ที่ดิน หรือบุคลากรต่างชาติ ตลอดจนผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงสถานะการได้รับการส่งเสริม การที่ข้อกำหนดหนึ่งภายใต้กฎหมายการประกอบธุรกิจของคนต่างด้าวสิ้นผลไป มิใช่เหตุผลที่เพียงพอในตัวเองสำหรับการตัดสินใจดังกล่าว

สำหรับนักลงทุนในธุรกิจศูนย์ข้อมูล คำถามสำคัญจึงไม่ใช่ว่าการส่งเสริมการลงทุนจาก BOI ไม่จำเป็นอีกต่อไปในเชิงหลักการ แต่อยู่ที่ว่าโครงการนั้น ๆ ยังคงต้องอาศัยสิทธิใดอยู่บ้าง FOSR ได้วิเคราะห์ข้อจำกัดเฉพาะกิจกรรมในลักษณะเดียวกันนี้ในบริบทของโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลไว้โดยตรงในบทความเรื่อง ยุคใหม่ของการกำกับดูแลธุรกิจศูนย์ข้อมูลในประเทศไทย ซึ่งกล่าวถึงความสัมพันธ์ระหว่างเงื่อนไขของ BOI เกณฑ์ความพร้อมด้านพลังงาน และการจัดประเภทกิจการโทรคมนาคม สำหรับโครงการศูนย์ข้อมูลและคลาวด์โดยเฉพาะ

การทบทวนเรื่องศูนย์ข้อมูลเกี่ยวข้องกับอำนาจในการดำเนินโครงการ

ภายหลังการประชุมครั้งแรกเมื่อวันที่ 4 กันยายน 2569 คณะกรรมการนโยบายธุรกิจศูนย์ข้อมูลได้เห็นชอบร่างนโยบายที่วางแนวทางกำหนดข้อกำหนดสำหรับศูนย์ข้อมูลที่เปิดดำเนินการแล้ว โครงการที่อยู่ระหว่างก่อสร้าง และคำขอที่อยู่ระหว่างพิจารณา โดยจะเสนอมาตรการต่อคณะรัฐมนตรีเพื่อพิจารณา ข่าวเผยแพร่อย่างเป็นทางการของสำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) กล่าวถึงแผนจัดทำมาตรฐานกลางและเกณฑ์คัดเลือกโครงการ แต่ไม่ได้ประกาศระงับโครงการทั้งหมดโดยมีผลผูกพันทางกฎหมาย สื่อรายงานว่ามีโครงการที่อยู่ระหว่างก่อสร้าง 49 โครงการ และอีก 117 โครงการอยู่ระหว่างพิจารณา โดยอ้างคำกล่าวของนายดนุชา พิชยนันท์ เลขาธิการสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติและเลขานุการคณะกรรมการฯ ว่าคณะกรรมการฯ ไม่มีอำนาจสั่งระงับการก่อสร้าง 49 โครงการดังกล่าว จึงขอความร่วมมือให้ชะลอการก่อสร้างโดยสมัครใจระหว่างรอหลักเกณฑ์ที่ชัดเจนยิ่งขึ้น คำกล่าวนี้เกี่ยวข้องกับโครงการที่อยู่ระหว่างก่อสร้าง และไม่ได้ระบุว่าจะดำเนินการอย่างไรกับคำขออีก 117โครงการที่อยู่ระหว่างพิจารณา รายงานข่าว

สำหรับโครงการแต่ละโครงการ ข้อมูลที่ประกาศดังกล่าวไม่อาจใช้แทนการตรวจสอบเอกสารที่ได้รับจริงได้ การขอความร่วมมือ คำสั่งที่ออกภายใต้อำนาจตามกฎหมายที่มีอยู่เดิม และกฎระเบียบที่จะออกในอนาคต ล้วนเป็นเครื่องมือทางกฎหมายที่แตกต่างกัน ผลบังคับใช้ของแต่ละเครื่องมือขึ้นอยู่กับหน่วยงานที่ออก ฐานอำนาจทางกฎหมาย เงื่อนไข และการบังคับใช้กับโครงการนั้น ๆ

หลักการเดียวกันนี้ใช้กับการอนุญาตที่มีอยู่เดิมด้วย นักลงทุนไม่ควรถือว่าบัตรส่งเสริมการลงทุน ใบอนุญาตประกอบกิจการโทรคมนาคม ใบอนุญาตก่อสร้าง และข้อตกลงด้านการจ่ายไฟฟ้า สามารถใช้แทนกันได้ในฐานะหลักฐานว่าโครงการได้รับอนุญาตครบถ้วนแล้ว เนื่องจากแต่ละรายการเกี่ยวข้องกับส่วนที่แตกต่างกันของการพัฒนาโครงการ

นักลงทุนยังต้องประเมินหลักเกณฑ์ใหม่ใด ๆ ผ่านเครื่องมือทางกฎหมายที่จะประกาศใช้จริงในท้ายที่สุดด้วย แม้ร่างนโยบายจะวางแนวทางให้ครอบคลุมศูนย์ข้อมูลที่เปิดดำเนินการแล้ว โครงการที่อยู่ระหว่างก่อสร้าง และคำขอที่รอการอนุมัติ แต่ข่าวเผยแพร่ของ สศช. ไม่ได้ระบุว่าข้อกำหนดที่เสนอจะมีผลใช้บังคับเมื่อใด หรือจะมีมาตรการคุ้มครองในช่วงเปลี่ยนผ่านหรือไม่

การอนุญาตที่มีอยู่เดิมเป็นเพียงจุดเริ่มต้น มิใช่คำตอบที่สมบูรณ์

นัยสำคัญในเชิงพาณิชย์มิได้จำกัดอยู่เพียงการยื่นเอกสารต่อหน่วยงานกำกับดูแลเท่านั้น ผู้ประกอบการที่กำลังพิจารณาว่าจะระงับการก่อสร้างหรือไม่ ยังต้องตรวจสอบสิทธิในการระงับตามสัญญา ข้อกำหนดเรื่องการแจ้งล่วงหน้า และภาระหน้าที่ในการส่งมอบงานให้แล้วเสร็จด้วย ในขณะที่ผู้ให้กู้หรือลูกค้าจำเป็นต้องเข้าใจว่าประเด็นดังกล่าวเกี่ยวข้องกับข้อจำกัดทางกฎหมายที่มีอยู่เดิม การอนุญาตที่ยังค้างอยู่ หรือความไม่แน่นอนเกี่ยวกับข้อกำหนดในอนาคต

การปรับโครงสร้างองค์กรก่อให้เกิดประเด็นที่เกี่ยวข้องอีกประการหนึ่ง กล่าวคือ การที่คนต่างชาติเข้าซื้อกิจการในภายหลัง มิได้เป็นเครื่องยืนยันในตัวเองว่าโครงสร้างที่คนไทยถือหุ้นข้างมากในอดีตนั้นมีการใช้ตัวแทนอำพราง (nominee) แต่อย่างใด คำถามลักษณะนี้จำเป็นต้องได้รับ การพิจารณาทบทวนสถานะที่เป็นอยู่เป็นรายกรณี มากกว่าการตั้งข้อสันนิษฐานไปในทางใดทางหนึ่ง

บทเรียนสำคัญในภาพรวมคือ นักลงทุนต้องประเมินสถานะทางกฎหมายทั้งในระดับบริษัทและระดับโครงการ มาตรการยกเว้นตามกฎหมายการประกอบธุรกิจของคนต่างด้าวอาจช่วยลดความซับซ้อนของโครงสร้างการถือหุ้นของบริษัทได้ แต่มิได้เปลี่ยนแปลงกำหนดเวลาในการพัฒนา การอนุญาตในการดำเนินงาน หรือภาระผูกพันตามสัญญาของโครงการอย่างมีนัยสำคัญแต่อย่างใด

ข้อสรุปเชิงกลยุทธ์สำหรับโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัล

ประเทศไทยสามารถยกเลิกข้อกำหนดเรื่องการขออนุญาตประกอบธุรกิจของคนต่างด้าวได้ ในขณะที่ยังคงตรวจสอบพิจารณาโครงสร้างพื้นฐานที่ใช้ในการให้บริการอย่างเข้มงวดต่อไป มาตรการทั้งสองประเภทดังกล่าวดำเนินการอยู่คนละระดับกัน

สำหรับนักลงทุนที่ดำเนินธุรกิจอยู่แล้ว แนวทางที่เหมาะสมคือการระบุให้ชัดเจนว่าการอนุญาตแต่ละประเภทให้อำนาจสิ่งใด รักษาอำนาจที่ยังจำเป็นสำหรับกิจกรรมที่ถูกจำกัดไว้ และแยกแยะระหว่างการเปลี่ยนแปลงด้านการอนุญาตประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว กับการเปลี่ยนแปลงกฎระเบียบด้านโครงการ

ประโยชน์ของการปฏิรูปครั้งนี้มีอยู่จริง แต่ประโยชน์ที่จะเกิดขึ้นกับการลงทุนแต่ละรายนั้น ขึ้นอยู่กับว่าบริษัทสามารถใช้ประโยชน์จากมาตรการดังกล่าวได้โดยไม่กระทบต่อฐานทางกฎหมายอื่นที่แยกต่างหากซึ่งโครงการนั้นต้องอาศัยอยู่หรือไม่

บทความฉบับนี้สะท้อนพัฒนาการที่ได้ทบทวน ณ วันที่ 10 กันยายน 2569 จัดทำขึ้นเพื่อให้ข้อมูลทั่วไปเท่านั้น มิได้มีเจตนาให้เป็นคำแนะนำทางกฎหมาย


Authors

  • Naytiwut Jamallsawat is a partner at Formichella & Sritawat and heads the firm’s Corporate and Regulatory practice. He advises multinational and Thai clients on complex regulatory and transactional matters, with particular emphasis on telecommunications, satellite services, media, data privacy, cybersecurity, energy, and foreign investment. His work includes market-entry structuring, licensing and regulatory compliance, regulated transactions, and conventional and renewable energy projects.
    Naytiwut is ranked Band 2 for TMT by Chambers Asia-Pacific and a Leading Partner for TMT by The Legal 500. He holds an LL.B. from Chulalongkorn University and LL.M. degrees from the University of Kent and the University of Dundee.

  • Onnicha Khongthon is a senior associate at Formichella & Sritawat with more than seven years of experience across telecommunications, media, and technology, data privacy, cybersecurity, satellite and space law, and corporate and commercial matters. She advises Thai and international businesses on telecommunications licensing, commercial agreements, regulatory compliance, and market entry, including BOI promotion, Treaty of Amity structures, and foreign business approvals.
    Onnicha has contributed to leading international publications on telecommunications, digital business, and technology transactions, as well as the World Bank Group’s Women, Business and the Law research. She holds an LL.B. from Chulalongkorn University.

  • Supitchaya Akeyati is an associate at Formichella & Sritawat whose practice focuses on data privacy, telecommunications, media, and technology, corporate and commercial law, regulatory licensing, and foreign investment. She works with Thai and international clients on PDPA compliance, cross-border data governance, corporate matters, and regulatory issues affecting digital businesses and communications providers.
    Supitchaya has contributed to Thailand chapters published by Chambers and Partners and the International Comparative Legal Guides, covering technology transactions, digital business, data protection, and telecommunications and media regulation. She holds an LL.B. from the Faculty of Law at Prince of Songkla University.

  • John Formichella

    John Formichella is a founding partner of Formichella & Sritawat and leads the firm’s Technology, Media, and Telecommunications (TMT) group. He has more than 27 years of telecommunications and technology experience across Asia, including serving as Vice President and General Counsel of a NASDAQ-listed telecommunications company. His work focuses on international market-entry strategy, telecommunications infrastructure, spectrum policy, and cross-border TMT developments, working alongside the firm’s Thai-licensed lawyers on matters involving Thailand. Earlier in his career, he contributed to work concerning the telecommunications provisions of the proposed United States-Thailand Free Trade Agreement. He is admitted to practice law in Washington, D.C.